หากเอ่ยถึงเรือนศิลปะในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ปกครอง ครู หรือใครต่อใคร ที่แม้จะมาเป็นครั้งแรกแต่เมื่อผ่านมาถึงสถานที่แห่งนี้ ก็คงต้องร้องอ๋อนี่แหละ! เรือนศิลปะ ทั้งบรรยากาศ เครื่องมือ เครื่องใช้ เลื่อย มีด ตะไบ ไม้ กี่ กระสวย เส้นด้าย ไม้ไผ่ เตาถ่าน ดิน แป้นหมุน ผลงานชิ้นเล็กๆ ไปจนถึง โต๊ะ เก้าอี้ ชิ้นใหญ่ๆ วางให้เห็นอยู่ทั่วไป จนทำให้ผู้ที่พบผ่านไม่เพียงแค่ผ่านเลยไป แต่ต้องมองย้อนคืนเหลียวหลัง  บางคนถึงกลับตั้งใจเดินเข้ามาเยี่ยมเยียนทักทายให้หายกังวล สงสัย

 

           ในแผนผังหน่วยการเรียนวิชาศิลปะของโรงเรียนรุ่งอรุณ มีการงานอันหลากหลายที่ล้วนแล้วแต่เชื้อเชิญให้เราเกิดฉันทะในการเรียนรู้ ทั้งงานไม้ งานปั้นดิน งานวาดภาพ งานพิมพ์ภาพ รวมถึง ศิลปะงานทอ ซึ่งเรามองเห็นคุณค่าความสำคัญของงานทอผ้าและจัดให้มีการเรียนในระดับชั้นต่างๆ เนื่องจากงานทอผ้าเป็นกระบวนการที่เริ่มจากความเรียบง่าย หลายๆเรื่องทับซ้อนกัน อย่างมีแบบแผนชัดเจน เป็นลำดับขั้นตอน มีจังหวะที่สม่ำเสมอ มีการสังเกตและการแก้ปัญหาตลอดกระบวนการ ผลจากกระบวนการทอผ้าจะทำให้ผู้เรียนรู้จักวางใจเมื่อต้องเผชิญปัญหา ทั้งยังมีความพยายามอดทนในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา การฝึกเรียบเรียงกระบวนการคิดได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน การคิดจำแนกแยกแยะและเชื่อมโยงจนเห็นที่มาที่ไป เห็นต้นสายปลายเหตุ มีสมาธิตั้งมั่น มีใจอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับการงานขณะที่ทำงานทอ

 

            กระบวนการเรียนรู้ผ่านศิลปะงานทอของโรงเรียนรุ่งอรุณนั้น เราเปิดโอกาสให้เด็กได้ทอผ้าทั้งแบบซาโอริซึ่งมีลักษณะที่พิเศษและโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคนิคการทอที่สนับสนุนให้แต่ละคนค้นหาเอกลักษณ์ของตนเองและช่วยให้เราได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเรา ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ทั้งทางด้านจิตใจและวิชาชีพที่เหมาะสม เนื่องจากการทอผ้าแบบซาโอริ ได้แสดงถึงการทอที่ปราศจากกฎเกณฑ์และข้อจำกัดต่างๆ จึงเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งในการค้นพบและส่งเสริมการแสดงออกของตนเองผ่านความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคลอย่างอิสระ โดยแนวคิดดังกล่าวมีความสอดคล้องกับความเชื่อในวิถีการเรียนรู้ศิลปะของโรงเรียนรุ่งอรุณ ว่าเด็กสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตามกาลเทศะต่างๆ สู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เปี่ยมด้วยพลังทั้ง กายและใจ มีคุณธรรม มีสุนทรียภาพ มีฉันทะต่อการทำงานอย่างมุ่งมั่น สร้างสรรค์และมีอิสรภาพทางปัญญาในที่สุด 

       นอกจากนี่เราจัดกระบวนการเรียนรู้ศิลปะงานทอแบบพื้นบ้าน ทั้งการทอแบบกี่เอว การทอแบบกี่พื้นบ้าน การย้อมสีธรรมชาติ การมัดหมี่ ฯลฯ ซึ่งศาสตร์ของศิลปะงานทอในแบบแผน แขนงต่างๆ ต้องใช้ความพากเพียร ความวิรยะอุตสาหะ ความตั้งมั่นในการพาใจตนเองข้ามพ้นอุปสรรคและความยากลำบากต่างๆ โดยมีปฏิปทาครูช่างแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแบบอย่าง 

               จากการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านศิลปะงานทอเช่นนี้มาเป็นระยะเวลาหลายปี ทำให้พบประเด็นอันเป็นคุณค่าที่สำคัญอยู่หลายประการ คือ

ประการแรก  เป็นการเรียนรู้การทำงานบนหลักธรรมเรื่องทางสายกลาง คือความพอเหมาะพอดีในการทำงานทอ ความไม่ตึง-ไม่หย่อนจนเกินไป บนเงื่อนไขความจริงต่างกรรมต่างกาลเทศะ ทั้งความพอดีที่สัมพันธ์กันของแรงกายและที่สำคัญที่สุดคือ แรงใจ ที่เรากระทำต่อเส้นฝ้าย เส้นไหม ต่อกี่ ต่อฟืม ฯลฯ และต่อสรรพสิ่ง

ประการที่สอง ความสุขจากธรรมะ ทั้งความเพียร สมาธิ การมีสติอยู่กับปัจจุบัน ความซาบซึ้งจากการลงมือทำ การปลดปล่อยใจในการทอให้เป็นอิสระ การถ่ายทอดจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ความอิ่มเอมใจกับความรู้สึกในเรื่องของความงามทั้งสีสันและลวดลาย ฯลฯ จะอรรถาธิบายกันอย่างไรก็คงไม่สามารถสรรหาถ้อยคำใดมาบรรยายได้เทียบเท่า แต่เมื่อใดที่ท่านได้ลองเปิดโอกาสแห่งการเรียนรู้ด้วยการร้อยเรียงเส้นด้ายแต่ละเส้นให้เป็นผืนผ้าสักผืน ท่านก็จะพบความสุขจากธรรมะที่สามารถพลิกผันชีวิตแห่งการเรียนรู้ได้ด้วยตัวของท่านเอง

ประการที่สาม เป็นเรื่องของการมองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและวัฒนธรรม เห็นศักยภาพของความเป็นมนุษย์ในการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือ เครื่องใช้ สร้างสรรค์ จินตนาการ สีสันและลวดลาย ด้วยความศรัทธาในศาสนาธรรมและความงามความดี

ประการที่สี่ ศิลปะงานทอเป็นการงานและศิลปะแห่งการดำเนินชีวิต ที่ทำให้เราได้เรียนรู้คุณค่าแห่งรากเหง้า วัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการงานที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา แรงไปก็ขาด หย่อนไปก็ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย 

           การเรียนรู้เรื่องการทอผ้านี้ จึงไม่ใช่เป็นการเรียนเพื่อรู้ถึงวิธีการทอ ลวดลาย สีสัน หรือที่มาที่ไปของผืนผ้าเท่านั้นแต่เป็นการเรียนเพื่อเข้าไปถึงรากเหง้าที่แท้จริง รู้อย่างครบถ้วนกระบวนการถึงกรรมวิธีก่อนจะเป็นผืนผ้า กว่าจะเป็นเส้นด้าย กว่าจะมีสีสันและลวดลายต่างๆตลอดจนรูปแบบของผืนผ้าแต่ละผืน ส่วนจะเป็นการศึกษาภูมิปัญญาไทยหรือในท้องถิ่นอื่นนั้นก็ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สำคัญที่สุดของการทอผ้านั้นเป็นการฝึกสติผ่านการสอดร้อยถักทอเส้นด้ายทีละเส้นอย่างพอดี สม่ำเสมอ เฉกเช่นเดียวกับการรักษาศีล อันเป็นหนทางฝึกปรือสมาธิให้เชี่ยวกรำ เพื่อให้เข้าถึงที่สุดแห่งปัญญาและการรู้จักตัวตนที่แท้จริง

 

edit @ 3 Mar 2008 11:28:34 by be a bua

edit @ 3 Mar 2008 13:58:38 by be a bua

Comment

Comment:

Tweet